นอกจากการผลิตสื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพแล้ว ผู้สอนควรเข้าใจถึงหลักการใช้สื่อประเภทต่างๆ เพื่อให้สามารถดำเนินการจัดการเรียนรู้ได้อย่างราบรื่น ซึ่งสื่อแต่ละประเภทจะมีคุณลักษณะและวิธีการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้
1.การใช้สื่อประเภทเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์
ในการจัดการเรียนรู้แต่ละครั้งนั้น ผู้สอนจะใช้สื่อประกอบเพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจบทเรียน นำเสนอบทเรียน กระตุ้นความสนใจในการเรียน และสามารถให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อเพื่อสร้างการเรียนรู้ด้วยตนเอง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้สอนควรรู้หลักการในการใช้สื่อเพื่อให้การดำเนินการจัดการเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
1.1)การใช้สื่อมัลติมีเดียและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ประยุกต์ ผู้สอนจะต้องใช้หน้าจอนำเสนอที่มีความเหมาะสมสำหรับจำนวนนักเรียนในชั้น จะต้องมั่นใจว่าผู้เรียนทุกคนสามารถมองเห็นภาพผ่านจอคอมพิวเตอร์หรือจอฉายภาพได้ทั่วทั้งชั้น และก่อนเรียนผู้สอนจะต้องติดตั้งและทดสอบทุกโปรแกรมคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับการนำเสนอเนื้อหาบทเรียนเพื่อให้การเรียนดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่เกิดการชะงักเนื่องจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์มีปัญหา
1.2)การใช้สื่อวีดิทัศน์ ผู้สอนจะต้องตรวจสอบความสว่างของแสง ที่นั่ง และควบคุมความดังก่อนเปิดให้ผู้เรียนได้ชมวีดิทัศน์ เตรียมผู้เรียนด้วยการทบทวนความรู้เดิมที่ได้เรียนรู้มาแล้วและถามถึงปัญหาใหม่ที่ให้ผู้เรียนคิดเพื่อหาคำตอบจากการชมวีดิทัศน์ เมื่อถึงประเด็นสำคัญผู้สอนจะต้องหยุดวีดิทัศน์เพื่อให้ผู้เรียนได้ร่วมอภิปราย และเน้นหลักการที่สำคัญด้วยการเขียนสาระต่างๆ บนกระดานหรือเครื่องฉาย เพื่อเป็นการทวนให้ผู้เรียนได้ทราบถึงประเด็นสำคัญทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวิดีทัศน์
1.3)การใช้สื่อกราฟิก ผู้สอนควรใช้วัสดุที่ผู้เรียนทุกคนสามารถมองเห็น เช่น กระดาษชาร์ต แผ่นกระดาน เป็นต้น และควรมีการเน้นสาระสำคัญที่ต้องการให้ผู้เรียนมองอย่างใส่ใจด้วยสีสันที่โดดเด่น
2.การใช้สื่อประเภทวิธีการ
2.1)การเรียนแบบร่วมมือ เป็นกลยุทธ์ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่จัดให้นักเรียนเรียนด้วยกันเป็นกลุ่มเล็กแบบคละความสามารถ ให้ทำงานร่วมกัน ช่วยเหลือกันในการผสมผสานความรู้ที่มีอยู่เดิมกับความรู้ใหม่ และค้นพบความหมายของสิ่งที่ศึกษาด้วยกลุ่ม โดยทำกิจกรรมในการสืบค้น (Explore) อภิปราย (Discuss) อธิบาย (Explain) สอบสวนแนวความคิดและแก้ปัญหาร่วมกันในกลุ่ม เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายร่วมกัน เป็นวิธีเรียนวิธีหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจและนำไปประยุกต์ในการเรียนการสอนทุกวิชาและทุกระดับชั้น
2.2)การเรียนรู้แบบโครงงาน การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงหลักการพัฒนาการคิดของบลูม(Bloom) ทั้ง 6 ขั้น กล่าวคือ ความรู้ความจำ (Knowledge) ความเข้าใจ (Comprehension) การนำไปใช้ (Application) การวิเคราะห์ (Analysis) การสังเคราะห์ (Synthesis) การประเมินค่า (Evaluation) และยังเป็นการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในทุกขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้ ตั้งแต่การวางแผนการเรียนรู้ การออกแบบการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ประยุกต์ใช้ผลผลิต และการประเมินผลงาน โดยผู้สอนมีบทบาทเป็นผู้จัดการเรียนรู้
2.3)การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน สิ่งสำคัญในการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานคือ ปัญหา เพราะปัญหาที่ดีจะเป็นสิ่งกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจใฝ่แสวงหาความรู้ในการเลือกศึกษาปัญหาที่มีประสิทธิภาพ ผู้สอนจะต้องคำนึงถึงพื้นฐานความรู้ความสามารถของผู้เรียน ประสบการณ์ ความสนใจและภูมิหลังของผู้เรียน เพราะคนเรามีแนวโน้มที่จะสนใจเรื่องใกล้ตัวมากกว่าเรื่องไกลตัว สนใจสิ่งที่มีความหมายและมีความสำคัญต่อตนเองและเป็นเรื่องที่ตนเองใส่ใจใคร่รู้ ดังนั้น การกำหนดปัญหาจึงต้องคำนึงถึงตัวผู้เรียนเป็นหลัก นอกจากนั้น ปัญหาที่ดียังต้องคำนึงสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนที่เอื้ออำนวยต่อการแสวงหาความรู้ของผู้เรียนอีกด้วย
2.4)การเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้ แนวทางในการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้คือการเชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ การกระตุ้นให้เกิดความสงสัยและท้าทายการเรียนรู้ การส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายและมีความหมาย การส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์เชิงสังคม และส่งเสริมการสร้างความเข้าใจของตนเองและกลุ่มโดยการสะท้อนความคิดและสรุปองค์ความรู้
2.5)การเรียนรู้แบบสืบเสาะ การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ มุ่งเน้นกิจกรรมที่หลากหลายเกี่ยวกับการสังเกต การถามคำถาม การสำรวจตรวจสอบจากเอกสารและแหล่งความรู้อื่น ๆ การวางแผนการสำรวจตรวจสอบ การทดสอบตรวจสอบหลักฐานเพื่อเป็นการยืนยันความรู้ที่ได้ค้นพบมาแล้ว การใช้เครื่องมือในการรวบรวม การวิเคราะห์ และการแปลความหมายข้อมูล การนำเสนอผลงาน การอธิบายและการคาดคะเน และการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเกี่ยวกับผลงานที่ได้
ไม่ว่าจะเป็นสื่อประเภทใดก็ตามผู้สอนควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับวัยและระดับการรับรู้ของเด็กด้วย เพื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพของเด็กนักเรียน
ภารกิจบทที่ 9
โดย นางสาวณัฐฐาพร บาอุ้ย (563050087-4)
นักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาคณิตศาสตรศึกษา ชั้นปีที่2
-มหาวิทยาลัยขอนแก่น-
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น